กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ “AI Image Search” และ “Trademark Checker” ช่วยผู้ประกอบการและประชาชน ตรวจค้นเครื่องหมายการค้าด้วยตนเอง มีความเหมือนหรือคล้ายกับที่มีการยื่นจดไว้แล้วหรือไม่ และยังตรวจประเมินเบื้องต้นว่าเครื่องหมายที่ยื่นจด มีโอกาสได้รับการจดทะเบียนหรือไม่ ป้องกันถูกปฏิเสธและเสียเวลายื่นใหม่
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้พัฒนาระบบตรวจค้นเครื่องหมายการค้า ผ่านการเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ “AI Image Search” และ “Trademark Checker” โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการตรวจค้น ลดความซับซ้อนของขั้นตอน และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และช่วยให้สามารถตรวจสอบความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าเบื้องต้นได้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสะดวกรวดเร็ว รู้ผลทันใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสให้ได้รับการจดทะเบียนรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับฟีเจอร์ AI Image Search เป็นเครื่องมือที่ช่วยตรวจค้นความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าในเบื้องต้น โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ เพียงอัปโหลดภาพเครื่องหมายที่ต้องการตรวจสอบ จากนั้นระบบจะประมวลผลโดยใช้อัลกอริทึม AI วิเคราะห์องค์ประกอบและให้คะแนนความเหมือนคล้ายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และแสดงผลการวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยให้ผู้ประกอบการทราบในเบื้องต้นว่าเครื่องหมายการค้าที่ต้องการยื่นนั้นมีความเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ ซึ่งช่วยสนับสนุนการตรวจสอบเครื่องหมายการค้าด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ประกอบการสามารถใช้บริการ AI Image Search ได้ที่ https://tm-imagesearch.ipthailand.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ส่วนฟีเจอร์ Trademark Checker เป็นระบบอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าของกรมแบบ Realtime โดยระบบสามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นในการจัดทำคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทั้งการระบุรายการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งช่วยประเมินแนวโน้มว่าเครื่องหมายการค้าที่จะยื่นมีโอกาสได้รับจดทะเบียนหรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการถูกปฏิเสธการจดทะเบียน โดยผู้ประกอบการสามารถใช้บริการ Trademark Checker ได้ที่ https://tm-checker.ipthailand.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน
ทั้งนี้ ภายหลังจากทราบผลการตรวจค้นแล้ว ผู้ประกอบการยังสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ได้ทันที โดยระบบจะช่วยแนะนำรูปแบบการยื่นคำขอแบบ Fast Track หากคำขอเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสได้รับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อดำเนินการยื่นคำขอในระบบเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเอกสารชำระค่าธรรมเนียม (Pay-in Slip) และเลือกช่องทางการชำระเงินที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นการสแกน QR Code ผ่านระบบการชำระเงินกลางของภาครัฐ กรมบัญชีกลาง หรือช่องทางบริการของธนาคาร หรือจุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสได้ทันที
นางอรมนกล่าวว่า ที่ผ่านมา สถิติคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากความตื่นตัวของภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากขึ้น โดยในปี 2568 มีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทย 55,668 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.51% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มี 51,303 คำขอ และกรมรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปี 2568 อยู่ที่ 40,063 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 36.19% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มี 29,418 เครื่องหมาย และมีการไม่รับจด 4,484 คำขอ เพราะเครื่องหมายที่ยื่นขอจด ไปเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดไว้แล้ว แต่การใช้ระบบใหม่ จะทำให้ปัญหาถูกปฏิเสธคำขอหมดไป เนื่องจากผู้ยื่นจดจะรู้ก่อนว่าเครื่องหมายของตนเหมือนหรือคล้ายกับของคนอื่นที่จดไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่
“การเปิดให้บริการ 2 ฟีเจอร์ใหม่นี้ ได้เริ่มนำร่องมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2569 มีผู้ใช้บริการแล้วกว่า 11,204 ครั้ง และตอนนี้ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกรมในการขับเคลื่อนการให้บริการภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนางานบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการอย่างแท้จริง สอดคล้องกับนโยบาย IP for Business ที่มุ่งใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน”นางอรมนกล่าว
ที่มา :