กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้รับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 69 ประเภทหน่วยงานระดับกรม จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จากผลงานยกระดับกระบวนงานอนุมัติและอนุญาตตามกฎหมายรวม 87 กระบวนงาน 8 ระบบบริการหลัก ให้บริการผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างครบวงจร ยันพร้อมเดินหน้าปรับปรุงงานบริการให้ก้าวสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบต่อไป
นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้เข้ารับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2569 จากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา โดยกรมได้รับเสนอชื่อรับรางวัลจากการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของกรมที่มุ่งสู่การเป็น “องค์กรชั้นนำด้านบริการและขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ที่สามารถยกระดับกระบวนงานอนุมัติและอนุญาตตามกฎหมายรวม 87 กระบวนงาน 8 ระบบบริการหลัก ให้สามารถบริการผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างครบวงจรแบบ หรือ End-to-End อาทิ ระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ระบบจดทะเบียนบริษัทมหาชน (e-PCL) ระบบนำส่งงบการเงิน (DBD e-Filing) รวมถึงระบบจดทะเบียนสมาคมการค้าและหอการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-TACC) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นปี 2569 ส่งผลให้ปัจจุบันมีสัดส่วนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลสูงถึงร้อยละ 95.48
“กรมได้นำเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง AI และการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID / ThaiD /e-KYC) มาประยุกต์ใช้เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง รวดเร็ว และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาในการติดต่อราชการ ที่สำคัญยังช่วยลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ลดการสัมผัสหรือเผชิญหน้า ซึ่งช่วยขจัดปัญหาการทุจริตและสร้างความโปร่งใสได้อย่างเป็นรูปธรรม”
นอกจากมิติการอำนวยความสะดวกแล้ว กรมยังยกระดับการคัดกรองนิติบุคคลเชิงลึก โดยบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านราย ฐานข้อมูลกลุ่มเสี่ยง HR-03 และบัญชีม้ากว่า 90,000 รายชื่อ ควบคู่กับการใช้ระบบวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมนิติบุคคล (IBAS) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ ตำรวจ ดีเอสไอ ปปง. กรมสรรพากร ลงพื้นที่ตรวจสอบ 6 กลุ่มธุรกิจเสี่ยง ส่งผลให้จำนวนนิติบุคคลบัญชีม้าลดลงอย่างก้าวกระโดดจาก 594 รายในปี 2568 เหลือเพียง 58 บริษัทในปี 2569 และกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึง 65.22%
ขณะเดียวกัน เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นคลังข้อมูลธุรกิจของประเทศ ได้พัฒนาระบบ DBD Data Warehouse+ ให้ประชาชนและเอกชนเข้าถึงข้อมูลนิติบุคคลกว่า 2 ล้านราย ได้ฟรี พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time ผ่านระบบ Business Data Exchange (BDEX) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐแล้วกว่า 181 แห่ง ช่วยลดภาระการขอเอกสารกระดาษ ของประชาชน
นอกจากนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 กรมได้ประกาศเดินหน้าให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบดิจิทัล 100% พร้อมยกเลิกการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างมิติใหม่ของงานบริการราชการไทยที่โปร่งใส ทันสมัย และเป็นที่พึ่งของภาคธุรกิจได้อย่างเต็มภาคภูมิ
“ขอขอบคุณหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ได้พิจารณาคัดเลือกและมอบรางวัลอันทรงคุณค่าให้แก่กรม และขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมด้วยดีเสมอมา รวมไปถึงประชาชนผู้ใช้บริการทุกท่านที่มั่นใจใช้บริการดิจิทัลทุกระบบของกรม โดยพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงองค์กรให้เป็นผู้นำในการให้บริการดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบต่อไป”นายจิตรกรกล่าว
ที่มา :